หีบถมทองและสร้อยพดด้วงทองคำ จากลาว็องชี-คลาร์ก กับเรื่องราวของกรมหลวงสรรพสาตรศุภกิจ

พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าทองแถมถวัลยวงศ์ กรมหลวงสรรพสาตรศุภกิจ พระเจ้าน้องยาเธอในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาสังวาลย์ เมื่อวันเสาร์ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2400 พระองค์ทรงได้รับพระราชทานพระอิสริยยศเป็นพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นสรรพสาตรศุภกิจ ใน พ.ศ. 2431 ทรงมีตำแหน่งเป็นนายทหารราชองครักษ์ และทรงเป็นผู้บังคับกรมช่างมหาดเล็ก ทรงมีพระปรีชาสามารถทางการช่างตั้งแต่การก่อสร้างและตกแต่ง ซึ่งทรงมีผลงานมากมายในการซ่อมพระบรมมหาราชวังและวัดพระแก้ว ตลอดจนการก่อสร้างและตกแต่งพระตำหนักต่าง ๆ ในรัชกาลที่ 5 ไปจนถึงการช่างละเอียด เช่น การเขียนแบบสิ่งของ การช่างโลหะเงินทองและเพชรพลอย โดยเฉพาะงานช่างประเภทหลังนี้ ทรงมีชื่อเสียงเป็นอย่างยิ่งในสยามเวลานั้น นอกเหนือไปจากนี้ยังปรากฏว่าเจ้านายพระองค์นี้ทรงใฝ่พระทัยในประดิษฐกรรมใหม่ ๆ จากต่างประเทศด้วย โดยเฉพาะพวกเครื่องยนต์ เครื่องกลไก และเครื่องไฟฟ้า ร่วมกับเจ้านายและนักการค้าทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศในสยามขณะนั้น ทั้งบริษัทไฟฟ้า บริษัทรถราง ตลอดจนห้างขายและรับทำเครื่องเงิน เครื่องทอง และเพชรพลอย นอกจากนี้ยังทรงเป็นแม่กองงานถ่ายรูปของหลวง ซึ่งเป็นงานอดิเรกอันเป็นที่นิยมในราชสำนักรัชกาลที่ 5 พระพุทธเจ้าหลวงทรงโปรดการถ่ายรูปอย่างยิ่ง และทรงส่งเสริมให้การถ่ายรูปแพร่หลายในสยาม โดยเฉพาะในงานพระราชพิธีสำคัญต่าง ๆ ซึ่งมีการถ่ายและอัดขยายภาพเพื่อแจกจ่ายเป็นจำนวนมาก งานถ่ายรูปและจัดทำภาพคราวละนับหมื่นภาพจึงตกเป็นภาระของกรมช่างมหาดเล็ก ภายใต้การอำนวยการของกรมหลวงสรรพสาตรศุภกิจ


พ.ศ. 2440 กรมหลวงสรรพสาตรศุภกิจตามเสด็จพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวในการเสด็จประพาสยุโรปครั้งที่ 1 โดยทรงมีหน้าที่จดรายการสิ่งของพระราชทานและสืบหาสิ่งของแปลกใหม่กลับมายังสยาม และเชื่อกันว่าทรงซื้อกล้องถ่ายภาพยนตร์ยี่ห้อปาเต๊ะเข้ามา ต่อมา พ.ศ. 2443 พบหลักฐานว่าทรงถ่ายทำและจัดฉายภาพยนตร์ในงานประจำปีวัดเบญจมบพิตร จึงนับเป็นชาวสยามคนแรกที่มีหลักฐานว่าถ่ายทำและจัดฉายภาพยนตร์เก็บค่าชมแก่สาธารณชน ในการเสด็จประพาสยุโรปครั้งเดียวกัน ฟรองซัว-อองรี ลาว็องชี-คลาร์ก (François-Henri Lavanchy-Clarke) ซึ่งเป็นผู้แทนถ่ายและฉายภาพยนตร์ซีเนมาโตกราฟของบริษัทลูเมียร์นอกฝรั่งเศสรายแรก ได้ถ่ายภาพยนตร์บันทึกเหตุการณ์การเสด็จฯ ถึงกรุงเบิร์นของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม ค.ศ. 1897 ทั้งขบวนเสด็จจากสถานีรถไฟไปยังโรงแรมเบิร์นเนอร์ฮอฟ ท่ามกลางประชาชนที่มาเฝ้าฯ รับเสด็จ ก่อนนำภาพยนตร์มาจัดฉายถวาย ณ ตำหนักวิลลาพลองฌง ในวันที่ 30 พฤษภาคม หนังสือพิมพ์ Berner Volksfreund ฉบับวันที่ 4 มิถุนายน ค.ศ. 1897 รายงานว่า พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพอพระราชหฤทัยและโปรดให้ฉายซ้ำ พร้อมพระราชทานหีบเล็ก ๆ ทำด้วยเงินชุบทอง สลักลวดลายและจารึกพระปรมาภิไธยแก่ลาว็องชี-คลาร์ก ต่อมาเรื่องดังกล่าวได้รับการบันทึกไว้ในหนังสือร้อยปีสยาม-สวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งจัดพิมพ์ใน พ.ศ. 2540 และมีภาพถ่ายสีของหีบพระราชทาน 2 ภาพ โดยระบุว่าในเวลาต่อมาหีบดังกล่าวเป็นของ แจ็ก ลาว็องชี เหลนของครอบครัวลาว็องชีในรัฐซูริก




ใน พ.ศ. 2569 ฮันส์มาร์ติน ซีกริสต์ (Hansmartin Siegrist) นักประวัติศาสตร์ภาพยนตร์และนักสร้างภาพยนตร์สารคดี ได้ศึกษาเรื่องของลาว็องชีอย่างลึกซึ้ง ได้สร้างเป็นภาพยนตร์สารคดีและจัดนิทรรศการเกี่ยวกับลาว็องชี-คลาร์ก ที่พิพิธภัณฑ์ Tinguely ในเมือง Basel การศึกษาเรื่องของลาว็องชีอย่างลึกซึ้ง ทำให้ฮันส์มาร์ตินได้พบกับ เจอร์ก และ รูธ บีลิ (Jurg and Ruth Beeli) สามีภรรยาซึ่งเป็นเพื่อนกับ แจ็ก ลาว็องชี เหลนของลาว็องชี ซึ่งเมื่อเสียชีวิตได้มอบวัตถุสิ่งของหลายอย่างให้สามีภรรยาคู่นี้เก็บรักษา และมีความประสงค์ที่จะบริจาคสิ่งของเหล่านี้แก่พิพิธภัณฑ์หรือหน่วยงานที่เหมาะสม ในบรรดาสิ่งของเหล่านั้นพบว่ามีหีบเล็ก ๆ ใบหนึ่งซึ่งลาว็องชี-คลาร์ก ได้รับพระราชทานจากพระเจ้ากรุงสยามรวมอยู่ด้วย และยังไม่ตกลงใจกันว่าจะบริจาคให้ใครดี ต่อมา บริจิตต์ เพาโลวิตซ์ (Brigitte Paulowitz) นักอนุรักษ์ภาพยนตร์ชาวสวิตเซอร์แลนด์ ผู้เคยเป็นอาสาสมัครทำงานที่หอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) เมื่อยี่สิบกว่าปีมาแล้ว ได้ติดต่อ ชลิดา เอื้อบำรุงจิต ผู้อำนวยการหอภาพยนตร์ ให้ติดต่อฮันส์มาร์ติน หากหอภาพยนตร์ไทยประสงค์จะขอรับบริจาคหีบใบนี้ ที่สุดทางฮันส์มาร์ตินและผู้ครอบครองได้ตกลงใจเห็นด้วยที่จะบริจาคหีบนี้แก่หอภาพยนตร์ไทย ชลิดาจึงเดินทางไปรับมอบวัตถุประวัติศาสตร์นี้ด้วยตนเอง เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 เพื่อนำกลับมาอนุรักษ์และศึกษาต่อในฐานะสมบัติทางวัฒนธรรมของชาติ 



ภาพ: บริจิตต์ เพาโลวิตซ์ และ ฮันส์มา์ติน ซีกริกต์

คาดว่าหีบถมทองนี้ต้องเกี่ยวข้องกับกรมหลวงสรรพสาตรแน่ แม้ไม่มีหลักฐานว่าทรงทำเอง เพราะคงเป็นหีบถมทองที่ ร.5 โปรดให้จ้างช่างทำจำนวนมาก แต่เสด็จในกรมฯ ต้องเป็นผู้ควบคุมและทำบัญชี เช่นเดียวกับสายสร้อยพดด้วงทองคำ ซึ่งมีหลักฐานว่า ร.5 โปรดให้นำไปเป็นของพระราชทานเมื่อเสด็จฯ ยุโรปครั้งแรกนั้นจำนวนหนึ่ง เมื่อฮันส์มาร์ตินเห็นสายสร้อยนี้ครั้งแรกเขาไม่รู้จักว่าเป็นสร้อยที่ทำจากพดด้วงทองคำ แต่รู้ว่าเป็นสร้อยทองคำมีราคา และไม่ได้คิดว่าเป็นของที่รวมอยู่ในการพระราชทานแก่ลาว็องชีครั้งนั้น แต่เขาระบุว่าน่าจะเป็นสร้อยคล้องนาฬิกาพก สร้อยแบบนี้ก็เชื่อว่ากรมหลวงสรรพสาตรทำหน้าที่จัดหาช่างทำและทำบัญชีสำหรับ ร.5 พระราชทานเมื่อเสด็จฯ ยุโรป



หีบบุหรี่ถมทองและสร้อยพดด้วงทองคำที่ได้รับมานี้ หีบวัสดุเป็นเงินตกแต่งลวดลายทองลงยา ฝากล่องประดับลายกนกเครือเถาล้อมรอบพระปรมาภิไธยย่อ จปร ด้านข้างกล่องแสดงลวดลายพุ่มข้าวบิณฑ์ก้านแย่ง ประกอบกันเป็นหน้ากระดาน ด้านล่างรองด้วยเส้นลวดแสดงลายก้านต่อดอกเครือเถา มีดอกสี่กลีบเป็นตัวออกลาย บรรจุในกล่องไม้แสดงพระราชลัญจกรประจำรัชกาล (จปร) บนฝากล่อง ในฝากล่องด้านบนบุผ้าชนิดมันสีฟ้าอ่อน ฐานด้านในบุกำมะหยี่สีน้ำเงินเข้ม ด้านในของหีบบรรจุสร้อยข้อมือทองร้อยด้วยเงินพดด้วงทองจำนวน 20 ลูก และมีพดด้วงทองคำแยกออกมาอีกจำนวน 4 ลูก พดด้วงทองคำมีลักษณะเป็นก้อนเกือบกลม ด้านหน้าตอกประทับตราพระมหามงกุฎ ด้านบนตอกประทับตราพระแสงจักร ด้านข้างมีรอยตีเพื่อให้งอเข้าหากัน และด้านล่างมีรอยย่นของโลหะที่เกิดจากการตีพับงอของด้านข้าง (ออกใช้เมื่อ พ.ศ. 2394) พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเป็นที่ระลึกสำหรับพระราชทานในโอกาสสำคัญ



หอภาพยนตร์ได้นำหีบบุหรี่ถมทองและสร้อยข้อมือพดด้วงทองคำมาจัดแสดงไว้ในนิทรรศการ “พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินประพาสยุโรป ครั้งที่ 1 ค.ศ. 1897” ซึ่งนำเรื่องราวการเสด็จประพาสยุโรปครั้งประวัติศาสตร์มาจัดแสดงผ่านเอกสาร ภาพถ่าย ภาพยนตร์ และวัตถุที่เกี่ยวข้อง เพื่อแสดงให้เห็นถึงยุคเริ่มต้นของประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ที่เกี่ยวข้องกับประเทศไทยในเส้นทางนำชม “กำเนิดภาพยนตร์โลก”


ในวันเสาร์ที่ 17 ตุลาคม 2569 นี้ หอภาพยนตร์มีกำหนดจัดกิจกรรม “วันสรรพสาตร” โดยมีพิธีวางดอกไม้สักการะพระรูปประติมากรรมกรมหลวงสรรพสาตรศุภกิจ เพื่อรำลึกถึงคุณูปการด้านภาพยนตร์ของพระองค์ ณ ลานสรรพสาตร หน้าพิพิธภัณฑ์ภาพยนตร์ไทย และมีกิจกรรมเสวนา “เรื่องเล่าไม่รู้จบ เมื่อเสด็จประพาสยุโรป ครั้งที่ 1” กับเรื่องราวในเส้นทาง 129 ปี การเดินทางกลับบ้านของสิ่งของพระราชทานและภาพยนตร์ม้วนแรกของชาวสยาม โดยมีวิทยากร ศาสตราจารย์พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ ผู้เชี่ยวชาญเรื่องราวประวัติศาสตร์ทางราชสำนักและพระราชพิธี อัศวิน ทองแถม ณ อยุธยา สมาชิกในราชสกุลทองแถม และ โดม สุขวงศ์ ผู้ก่อตั้งหอภาพยนตร์ มาถ่ายทอดเรื่องราว ตั้งแต่เวลา 14.00 น. เป็นต้นไป ณ โรงภาพยนตร์ศรีศาลายา หอภาพยนตร์ ไม่เสียค่าร่วมกิจกรรม สำรองที่นั่งได้ที่ https://www.fapot.or.th/main/cinema/view/4143


โดย ทีมพิพิธภัณฑ์ภาพยนตร์ไทย
ที่มา: จดหมายข่าวหอภาพยนตร์ ฉบับที่ 95 ประจำเดือนกันยายน-ตุลาคม 2569