เครื่องฉายหนังจากสโมสรภาพยนตร์ของสถานทูตในประเทศไทย

ภาพยนตร์เป็นสินค้าอุตสาหกรรมขายความบันเทิง ซึ่งครองโลกมาตั้งแต่ขึ้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 มีโรงถ่ายหนังเป็นโรงงานขายฝันผลิตหนังเป็นม้วนฟิล์มใส่กระป๋องขายไปทั่วโลก มีโรงหนังเป็นโรงมหรสพให้คนซื้อตั๋วเข้าไปเสพฝันทั้งกลางวันกลางคืน แต่นอกจากระบบการจัดฉายหนังในโรงมหรสพแล้ว อุตสาหกรรมภาพยนตร์ยังรุกเข้าไปตามองค์กร สำนักงาน ที่ทำการ สถานศึกษา โรงเรียน และแม้แต่บ้านเรือน โดยการผลิตอุปกรณ์และม้วนฟิล์มภาพยนตร์ให้มีขนาดเล็ก ใช้งานง่าย และราคาถูกลง จึงเกิดระบบภาพยนตร์ที่มิใช่เพื่อการค้า แต่เป็นเพื่อการศึกษา สันทนาการ และความบันเทิง ในสมาคม สโมสร หรือครอบครัว


ในประเทศไทยกิจกรรมภาพยนตร์สโมสรไม่สู้เป็นที่รู้จักและไม่แพร่หลายทั่วไป กิจกรรมการฉายหนังที่มิใช่ฉายในโรงหนังเพื่อการค้ามักจะได้แก่การฉายหนังเพื่อการศึกษาในโรงเรียน เพราะภาพยนตร์กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของชั่วโมงเรียนที่เรียกว่าโสตทัศนศึกษา โรงเรียนในสยามตั้งแต่ยุครัชกาลที่ 6 มีการใช้ภาพยนตร์เป็นสื่อการเรียนการสอน และนอกจากฉายภาพยนตร์การศึกษาโดยตรง ซึ่งมีโรงถ่ายและบริษัทภาพยนตร์ต่าง ๆ ทำออกจำหน่ายทั่วโลกแล้ว โรงเรียนบางแห่งก็จัดฉายภาพยนตร์เรื่องหรือภาพยนตร์บันเทิงให้นักเรียนดูด้วย เป็นวิชาเสริมทักษะอย่างที่เรียกกันภายหลัง 


ในบรรดากิจกรรมดูหนังนอกโรง มีอย่างหนึ่งที่เรียกว่า สโมสรภาพยนตร์ (film society หรือ film club) คือการจัดฉายหนังสำหรับกลุ่มคนที่เป็นสมาชิกหรือมิตรสหาย ซึ่งสโมสรภาพยนตร์นี้อาจจะอยู่ในชุมชนของหมู่บ้าน เมือง ในสถาบันการศึกษา สำนักงาน โรงงาน สหกรณ์ สมาคม ภาพยนตร์สโมสรนี้เกิดขึ้นและแพร่หลายไปทั่วโลก หลายประเทศมีเป็นร้อย ๆ สโมสร ที่อินเดียมีถึงพันสโมสร และรุ่งเรืองจนมีการจัดตั้งเครือข่ายหรือสหพันธ์ของสโมสรเพื่อส่งเสริมซึ่งกัน อีกทั้งยังมีสหพันธ์ของภาพยนตร์สโมสรนานาชาติด้วย มีกฎบัตร มีจริยธรรมขององค์กร


ในประเทศไทยเคยมีการจัดตั้งสโมสรที่มีสมาชิก เช่น โบราณคดีสโมสร (2450) โดยพระเจ้าแผ่นดินรัชกาลที่ 5 วรรณคดีสโมสร (2457) โดยพระเจ้าแผ่นดินรัชกาลที่ 6 ซึ่งทั้งสองสโมสรเพื่อการชำระ เรียบเรียง ส่งเสริม และยกย่องการเขียนประวัติศาสตร์และวรรณกรรม  



ภาพ: สูจิบัตร และเอกสารที่เกี่ยวกับการฉายภาพยนตร์ของสถานบันเกอเธ่


ในสมัยรัชกาลที่ 7 ซึ่งพระเจ้าแผ่นดินโปรดทอดพระเนตรและถ่ายทำภาพยนตร์ ได้ทรงจัดตั้งสมาคมภาพยนตร์สมัครเล่นแห่งสยาม มีระบบสมาชิก เพื่อส่งเสริมการเล่นถ่ายทำภาพยนตร์สมัครเล่นของสมาชิกและการจัดฉายภาพยนตร์ของสมาชิกเป็นประจำ นับเป็นภาพยนตร์สโมสรเป็นทางการแห่งแรกของสยาม สมาคมมีสำนักงานอยู่ในพระราชวังสวนจิตรลดา มีร้านค้าจำหน่ายอุปกรณ์การถ่ายภาพยนตร์สมัครเล่น ห้องแล็บบริการล้างฟิล์ม และมีห้องสมุดภาพยนตร์ให้สมาชิกเช่าไปชม สมาคมนี้สิ้นสุดไปภายหลังเกิดเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475


ปี 2504 พระองค์เจ้าเปรมบุรฉัตรทรงตั้งภาพยนตร์สโมสรขึ้นในกรุงเทพฯ ชื่อ สมาคมฟิล์มแห่งประเทศไทย ใช้ชื่อในภาษาอังกฤษว่า The Film Society of Thailand ยังไม่ได้ตรวจสอบว่ามีการจดทะเบียนเป็นสมาคมอย่างเป็นทางการหรือไม่ แต่แผ่นพับของสมาคมระบุว่า เป็นองค์กรไม่แสวงหากำไร ตั้งขึ้นเพื่อส่งเสริมความสนใจและความชื่นชมภาพยนตร์ในฐานะศิลปะ สื่อการศึกษา และสารสนเทศ ในปีหนึ่งสโมสรจะจัดกิจกรรมฉายหนังสองหรือสามโปรแกรม โปรแกรมละสองสัปดาห์ โดยฉายหนังไทยและหนังนานาชาติจากผู้แทนจำหน่ายหนังต่างประเทศและห้องสมุดภาพยนตร์บางแห่งในกรุงเทพฯ เก็บค่าชมสำหรับสมาชิก 75 บาทต่อโปรแกรม หรือ 130 บาทสำหรับสมาชิกที่เป็นคู่ ภาพยนตร์สโมสรนี้จัดประชุมฉายหนังให้สมาชิกดูกันที่ห้องประชุมของคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ยังไม่พบว่าสมาคมนี้เลิกไปเมื่อใด แต่จากข้อเขียนของ กิตติศักดิ์ สุวรรณโภคิน ในจดหมายข่าวหอภาพยนตร์ ฉบับที่ 17 เดือนกันยายน-ตุลาคม 2556 ซึ่งเขียนถึงสมาคมนี้ ระบุว่าได้มีโอกาสร่วมชมภาพยนตร์ของสมาคมในปี 2509   


ในกรุงเทพฯ ยังมีภาพยนตร์สโมสรอีกแบบหนึ่งซึ่งเป็นกิจกรรมการสร้างความสัมพันธ์และการเผยแพร่และแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมของสถานทูตสำคัญบางประเทศ เช่น ฝรั่งเศส อังกฤษ เยอรมนี สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น ประเทศเหล่านี้จะมีหน่วยงานของรัฐที่ทำหน้าที่ดังกล่าวและเกี่ยวเนื่องกับสถานทูตของตนในต่างประเทศ  ของฝรั่งเศสคือ สมาคมฝรั่งเศส (Alliance Française) ของอังกฤษคือ บริติช เคานซิล (British Council) ของเยอรมนีคือ สถาบันเกอเธ่ (Goethe-Institut) ของสหรัฐอเมริกาคือ สำนักข่าวสารอเมริกัน (USIS) และของญี่ปุ่นคือ มูลนิธิญี่ปุ่น (Japan Foundation) 


หน่วยงานที่เกี่ยวเนื่องกับสถานทูตต่างประเทศเหล่านี้ได้จัดกิจกรรมฉายภาพยนตร์ในลักษณะภาพยนตร์สโมสร จัดรายการฉายภาพยนตร์เรื่องของประเทศตนมาเผยแพร่สู่ชาวไทย ซึ่งปรากฏว่ากิจกรรมภาพยนตร์สโมสรเหล่านี้เป็นที่นิยมของนักดูหนังในกรุงเทพฯ โดยเฉพาะในยุคทศวรรษ 2510-2520 ซึ่งยังไม่มีวิดีโอสำหรับเล่นในบ้าน การดูหนังต่างชาติที่เป็นงานคลาสสิกเป็นเรื่องที่ไม่มีช่องทางจะได้ดู เมื่อกิจกรรมภาพยนตร์สโมสรของสถานทูตเหล่านี้ซบเซาลง บางแห่งก็เลิกกิจกรรมนี้ไป หอภาพยนตร์ฯ ได้รับบริจาคเครื่องฉายภาพยนตร์ของหน่วยงานเหล่านี้มาบางแห่ง ซึ่งเป็นเครื่องฉายภาพยนตร์ระบบ 16 มม. และปัจจุบันได้ตั้งแสดงประกอบเอกสารการจัดรายการฉายภาพยนตร์ของแต่ละหน่วยงานไว้ในพื้นที่ห้องสมุดและโสตทัศนสถาน เชิด ทรงศรี เพื่อให้ผู้มาใช้บริการห้องสมุดได้ชมและศึกษาเรียนรู้


เครื่องฉายหนังของเอยูเอ




เครื่องฉายภาพยนตร์ 16 มม. เสียง ระบบแสง หัวเครื่องฉายยี่ห้อ KALART VICTOR ของสหรัฐอเมริกา รุ่น 1600 - 70 ติดตั้งบนชุดเครื่องขยายเสียงแบบหลอดสุญญากาศ หมายเลขเครื่อง 700270 ใช้หม้อแปลงไฟและเตา ยี่ห้อ CINEMECCANICA ของอิตาลี ใช้หลอดไฟซีนอน ยี่ห้อ XeTRON ของสหรัฐอเมริกา รุ่น CX แบบ 900 หมายเลขเครื่อง 421


เครื่องฉายนี้เคยประจำการอยู่ที่หอประชุมของสมาคมนักเรียนเก่าสหรัฐอเมริกา (AUA) ซึ่งตั้งอยู่ที่ถนนราชดำริ โดยอาคารสมาคมเปิดมาตั้งแต่ปี 2505 สมาคมได้ร่วมกับสำนักข่าวสารอเมริกัน (USIS) อุปถัมภ์ศูนย์กลางไทย-อเมริกา ดำเนินงานโรงเรียนสอนภาษาอังกฤษและไทย จัดห้องสมุดบริการสมาชิกและหอประชุมจัดกิจกรรมทางวิชาการและวัฒนธรรมแก่สาธารณะ 


เอยูเอเป็นหน่วยงานหนึ่งที่จัดกิจกรรมฉายภาพยนตร์อเมริกันเป็นประจำทุกสัปดาห์เว้นสัปดาห์ เรียกชื่อว่า ซีนีคลับ (Cine Club) ต้อนรับผู้ชมทั่วไป แต่ผู้สนใจรับข้อมูลข่าวสารทางไปรษณีย์สามารถสมัครสมาชิกรายปี 50 บาท


ซีนีคลับของเอยูเอเป็นที่ชุมนุมของนักนิยมภาพยนตร์ในกรุงเทพฯ ในช่วงปี 2510-2530 ในช่วงเวลาเดียวกับที่เอยูเอจะเป็นศูนย์กลางกิจกรรมวัฒนธรรมของนักเรียนนักศึกษาและปัญญาชนแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ แต่ต่อมาจึงซบเซาลง ที่สุดสมาคมฯ ได้รื้ออาคารเดิมเพื่อสร้างอาคารใหม่เป็นอาคารพาณิชย์ใหญ่โต และมีพื้นที่ของสมาคมอยู่ในอาคารใหม่นี้ กิจกรรมซีนีคลับของเอยูเอจึงเหลือเพียงความทรงจำของนักนิยมภาพยนตร์ในยุคนั้น


เครื่องฉายหนังของสถาบันเกอเธ่




สถาบันเกอเธ่ (Goethe-Institut) เป็นหน่วยงานอิสระไม่แสวงหากำไรของประเทศเยอรมนี ก่อตั้งเมื่อปี 2494 ทำหน้าที่เผยแพร่และแลกเปลี่ยนด้านภาษา ศิลปวัฒนธรรม และสังคมการเมืองของเยอรมนีกับนานาประเทศทั่วโลก ชื่อสถาบันตั้งจากนามของ โยฮันน์ ว็อล์ฟกัง ฟอน เกอเธ่  (2292-2375) กวีและนักการเมืองเรืองนามชาวเยอรมัน 


สถาบันเกอเธ่ในประเทศไทยตั้งขึ้นเมื่อปี 2503 ที่กรุงเทพฯ เริ่มต้นอยู่ที่บ้านเช่ามุมถนนศรีอยุธยาตัดกับถนนพญาไท ต่อมาปี 2505 จึงขยับขยายไปเช่าอยู่ที่บ้านเจ้าพระยาวรพงศ์พิพัฒน์ ริมถนนพระอาทิตย์ มีพื้นที่กว้างขวางร่มรื่น และดำเนินกิจกรรมทางศิลปวัฒนธรรมและการสอนภาษาเยอรมันอย่างรุ่งเรืองต่อเนื่องเกือบสามทศวรรษ จนปี 2531 จึงเริ่มสร้างอาคารของตนเองที่ซอยอรรถการประสิทธิ์ ถนนสาทร ซึ่งต่อมากรุงเทพมหานครได้เปลี่ยนชื่อซอยเป็นซอยเกอเธ่ สาทร 1 ปัจจุบันนี้นับว่าใหญ่เป็นอันดับสามของสถาบันเกอเธ่ทั่วโลก 


กิจกรรมด้านศิลปวัฒนธรรมอย่างหนึ่งของสถาบันเกอเธ่ คือการจัดรายการฉายภาพยนตร์ประจำทุกสัปดาห์ โดยเฉพาะภาพยนตร์เยอรมัน ทั้งผลงานคลาสสิกและร่วมสมัย รายการภาพยนตร์ของสถาบันเกอเธ่จึงเป็นศูนย์รวมอีกแห่งหนึ่งของนักนิยมดูภาพยนตร์แห่งกรุงเทพฯ นอกเหนือจากเอยูเอ, สมาคมฝรั่งเศส, บริติช เคานซิล และมูลนิธิญี่ปุ่น ในยุค 2510-2530 


เครื่องฉายภาพยนตร์ขนาด 16 มม. เสียง BAUER BOSCH รุ่น P8 TS Universal 16 mm Professional ของประเทศเยอรมนี หมายเลขเครื่อง 744 - 0145 เป็นหนึ่งในเครื่องฉายภาพยนตร์ที่เคยประจำการอยู่ที่สถาบันที่ถนนพระอาทิตย์และซอยเกอเธ่ ถนนสาทร 1 ซึ่งสถาบันเกอเธ่ได้มอบให้หอภาพยนตร์เมื่อปี 2555


เครื่องฉายหนังของมูลนิธิญี่ปุ่น กรุงเทพฯ




เครื่องฉายยี่ห้อ ELMO ของประเทศญี่ปุ่นเป็นเครื่องฉายภาพยนตร์ 16 มม. ที่มีชื่อเสียงและเป็นที่นิยมทั่วโลกยี่ห้อหนึ่ง เครื่องนี้คือรุ่น XP 300 หมายเลขเครื่อง 94518 เป็นเครื่องฉาย 16 มม. ระบบเสียงแสงและแม่เหล็ก ใช้หลอดซีนอน 300 วัตต์ ผลิตในคริสต์ทศวรรษ 1970 นี่เป็นหนึ่งในเครื่องฉายภาพยนตร์หลายเครื่องที่มูลนิธิญี่ปุ่น กรุงเทพฯ บริจาคให้หอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) เมื่อปี 2553


มูลนิธิญี่ปุ่น กรุงเทพฯ เป็นสถาบันแลกเปลี่ยนทางศิลปวัฒนธรรมที่กระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่นสนับสนุน และมีอยู่ในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก มูลนิธิญี่ปุ่น กรุงเทพฯ ตั้งขึ้นเมื่อปี 2517 กิจกรรมประจำอย่างหนึ่งของมูลนิธิคือการจัดรายการฉายภาพยนตร์ญี่ปุ่นสำหรับผู้ชมสาธารณะ ในระยะแรกมูลนิธิเคยจัดฉายภาพยนตร์ในรูปแบบสัปดาห์หรือเทศกาลภาพยนตร์ญี่ปุ่น โดยเช่าโรงภาพยนตร์ขนาดเล็กในโรงแรมดุสิตธานีและเอยูเอ ก่อนจะจัดฉายเป็นรายการปกติในที่ทำการของมูลนิธิ ซึ่งมีการย้ายที่ทำการสองสามครั้ง แต่ในปัจจุบันคือชั้น 10 อาคารเสริมมิตร ทาวเวอร์ ซอยอโศก ถนนสุขุมวิท กิจกรรมฉายหนังญี่ปุ่นจึงเป็นที่นัดพบอีกแห่งหนึ่ง ของนักดูภาพยนตร์แห่งกรุงเทพฯ


เครื่องฉายตัวนี้มีฉลากระบุลายมือว่า “1971” เชื่อว่าอาจจะเป็นเครื่องที่เคยใช้อยู่ในสำนักข่าวสารญี่ปุ่น ซึ่งเป็นหน่วยงานของสถานทูตญี่ปุ่น ก่อนที่หน่วยงานนี้จะร่วมงานกับมูลนิธิญี่ปุ่นที่จัดตั้งขึ้นภายหลัง


เครื่องฉายหนังของสมาคมฝรั่งเศสกรุงเทพ




สมาคมฝรั่งเศส (Alliance Française) ในประเทศไทย ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 2455 แรก ๆ ใช้โรงแรมโอเรียนเต็ลเป็นที่นัดพบปะทำกิจกรรมทางวัฒนธรรม ต่อมามีสถานที่ตั้งในที่ดินของตนเองที่ถนนสาทรใต้ กิจกรรมของสมาคมก็ทำนองเดียวกับสถาบันหรือหน่วยงานทางวัฒนธรรมของกระทรวงการต่างประเทศและสถานทูตต่างประเทศบางประเทศในไทยคือ การสอนภาษาฝรั่งเศส การบริการห้องสมุดหนังสือและสิ่งพิมพ์ภาษาฝรั่งเศส การสอนการออกแบบและแฟชั่น การแสดงดนตรี ละคร แต่ที่โดดเด่นและเป็นกิจกรรมประจำคือรายการจัดฉายภาพยนตร์ฝรั่งเศส ซึ่งแผนกภาพยนตร์ของสมาคมฝรั่งเศสกรุงเทพนับว่ามีความสำคัญระดับเป็นศูนย์เก็บรักษาและจัดส่งภาพยนตร์ฝรั่งเศสไปยังสมาคมฝรั่งเศสทุกแห่งในภูมิภาคเอเชีย กิจกรรมการจัดฉายภาพยนตร์ของสมาคมฝรั่งเศสกรุงเทพมีความถี่และความหลากหลายมากที่สุดในบรรดาหน่วยงานวัฒนธรรมของสถานทูตต่าง ๆ ในประเทศไทย 


นี้คือเครื่องฉายภาพยนตร์ 16 มม. ยี่ห้อ HORTSON ของฝรั่งเศส รุ่น G หมายเลขเครื่อง 4749 ใช้เตาถ่านอาร์คไฟฟ้า และใช้ล้อฟิล์มขนาดใหญ่ซึ่งสามารถบรรจุฟิล์มยาวถึง 4,000 ฟุต หรือหนังเรื่องยาวปกติได้ทั้งเรื่อง โดยไม่ต้องเปลี่ยนม้วน เคยประจำการอยู่ที่หอประชุมหรือโรงฉายภาพยนตร์ของสมาคมฝรั่งเศสกรุงเทพ เลขที่ 29 ถนนสาทรใต้ ความใหญ่โตและเป็นเครื่องฉายประเภทโรงภาพยนตร์มิใช่ประเภทใช้ในบ้านอาจแสดงถึงความแข็งขันของกิจกรรมฉายภาพยนตร์ของสมาคม สถานทูตฝรั่งเศสได้มอบเครื่องฉายนี้แก่หอภาพยนตร์เมื่อปี 2534   


ปัจจุบันสมาคมฝรั่งเศสกรุงเทพได้ย้ายสถานที่ไปอยู่ที่ 179 ถนนวิทยุ และยังคงมีกิจกรรมทางศิลปวัฒนธรรมต่าง ๆ อย่างคึกคัก


------------------------------
เขียนโดย โดม สุขวงศ์

ที่มา: จดหมายข่าวหอภาพยนตร์ ฉบับที่ 92 ประจำเดือนมีนาคม-เมษายน 2569