โทนี่ เรย์นส์ (Tony Rayns) เป็นนักวิจารณ์ภาพยนตร์ชื่อดังชาวอังกฤษ ที่มีบทบาทสำคัญในการผลักดันภาพยนตร์เอเชียหลายเรื่องให้เป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติ หนึ่งในนั้นคือผลงานเรื่อง แผลเก่า (2520) ของ เชิด ทรงศรี ที่เขาเป็นผู้อยู่เบื้องหลังไปจัดฉายในประเทศอังกฤษและฝรั่งเศส จนได้รับรางวัลสูงสุดจากเทศกาลภาพยนตร์สามทวีป เมืองน็องต์ ซึ่งถือเป็นภาพยนตร์ไทยเรื่องแรกที่ได้รับรางวัลสูงสุดจากเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติ
นอกจากนี้ โทนี่ เรย์นส์ ยังเป็นผู้กล่าวแนะนำภาพยนตร์เรื่อง แผลเก่า ฉบับบูรณะใหม่โดยหอภาพยนตร์ ในวาระที่ไปจัดรอบฉายปฐมทัศน์ในต่างประเทศที่เทศกาลภาพยนตร์บูซาน ประเทศเกาหลีใต้ ในสาย Busan Classics เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2561
เนื่องในการเสียชีวิตของ โทนี่ เรย์นส์ (7 กรกฎาคม 2569) หอภาพยนตร์ขอนำบทสัมภาษณ์ของเขาเกี่ยวกับภาพยนตร์เรื่อง แผลเก่า มาเผยแพร่ในเว็บไซต์ เพื่อเป็นการร่วมไว้อาลัย บทสนทนานี้ที่เกิดขึ้นในปี 2561 ช่วงที่หอภาพยนตร์ได้บูรณะภาพยนตร์ แผลเก่า และขอให้ โทนี่ เรย์นส์ ย้อนความทรงจำถึงความประทับใจของเขาที่มีต่อผลงานชิ้นเอกของ เชิด ทรงศรี เรื่องนี้

---------------------------------
รู้จัก แผลเก่า ได้อย่างไร
ผมมาเมืองไทยครั้งแรกเมื่อปี 2524 โดยผมแวะประเทศไทยเป็นระยะสั้น ๆ ระหว่างเดินทางจากฮ่องกงไปออสเตรเลีย เพื่อจะไปเป็นกรรมการตัดสินภาพยนตร์ที่เทศกาลภาพยนตร์เมลเบิร์น ผมเลือกที่จะแวะเมืองไทย เพราะอย่างแรกผมไม่เคยมาประเทศไทยมาก่อน และอย่างที่สองคือผมรู้สึกสนใจภาพยนตร์ไทยหลายเรื่องที่ผมได้ดูที่เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติฮ่องกงเมื่อช่วงต้นปี
ตอนนั้นผมมีหน้าที่ให้คำปรึกษาเรื่องโปรแกรมหนังแก่เทศกาลภาพยนตร์ในสหราชอาณาจักร คือเทศกาลภาพยนตร์ลอนดอนและเทศกาลภาพยนตร์เอดินเบิร์ก เลยตั้งใจจะหาหนังไทยเพื่อจะแนะนำแก่เทศกาลทั้งสอง รวมถึง เทศกาลภาพยนตร์สามทวีป (Festival des 3 continents) ที่เมืองน็องต์ ประเทศฝรั่งเศส ที่พี่น้อง Jalladeau ซึ่งผมรู้จัก เพิ่งเริ่มจัดเทศกาล ในตอนนั้นผมยังไม่รู้เรื่องรัฐบาลไทยเก็บภาษีภาพยนตร์ที่จะส่งออกและนำเข้าประเทศ ซึ่งเป็นอุปสรรคที่ทำให้โปรดิวเซอร์หนังไทยไม่อยากส่งออกหนังไทยไปยังเทศกาลหนังในต่างประเทศ
เพื่อนผมที่ฮ่องกงให้ชื่อและเบอร์โทรของคนในวงการหนังไทยสองสามคนที่อยู่ในกรุงเทพฯ หนึ่งในนั้นคือ สันต์ เปสตันยี ตอนนั้นเขาดำรงตำแหน่งเป็นประธานสมาคมผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์ไทย ผมติดต่อคุณสันต์ เขาเชิญผมไปพบที่สำนักงานแถวสวนลุมพินี แล้วผมก็แจ้งให้เขาทราบว่าผมตั้งใจมาหาหนังไทยเพื่อจะนำไปฉายในเทศกาลหนังที่สหราชอาณาจักรและฝรั่งเศส เขาจึงแนะนำคุณเชิด และโทรหาคุณเชิดเพื่อขอให้ผมได้ไปพบเขา จากนั้นคุณสันต์ก็ส่งผมขึ้นแท็กซี่ไปห้วยขวาง เพื่อไปหาคุณเชิดที่สำนักงานเชิดไชยภาพยนตร์
คุณเชิดกับคุณจันนิภา ผู้ช่วย ต้อนรับผมอย่างดี บ่ายวันนั้นเขาฉายหนังให้ผมดูสองเรื่องที่ชั้นบนของสำนักงาน ซึ่งมีเครื่องฉาย 35 มม. ตั้งอยู่ ผมได้ดูเรื่อง แผลเก่า และ เลือดสุพรรณ ผมชอบทั้งสองเรื่อง แต่คิดว่า แผลเก่า น่าจะเป็นที่ชื่นชอบในประเทศตะวันตกมากกว่า เราคุยกันอยู่นาน และผมสัญญาว่าจะเสนอเรื่อง แผลเก่า แก่เทศกาลหนังลอนดอนและเทศกาลหนังสามทวีปที่น็องต์ คุณเชิดยังแนะนำให้ผมรู้จักกับคุณนิวัฒน์ สำเนียงเสนาะ คนบันทึกเสียง คุณนิวัฒน์เสนอให้ผมไปดูหนังอิสระเรื่องหนึ่งที่เขาเพิ่งทำเสร็จ วันต่อมาเขามาที่โรงแรมของผมพร้อมด้วยเครื่องฉาย 16 มม. เพื่อฉายหนังเรื่อง ประชาชนนอก ของมานพ อุดมเดช ที่ยังไม่มีคำบรรยาย ซึ่งต่อมาผมได้ช่วยดูเรื่องคำบรรยายภาษาอังกฤษให้ และเสนอหนังคุณมานพให้แก่เทศกาลหนังลอนดอนและน็องต์ด้วย
ผมพอใจในการมากรุงเทพฯ ครั้งนี้มาก เลยแวะกรุงเทพฯ อีกครั้งช่วงขากลับจากออสเตรเลีย ในสองอาทิตย์ถัดมา การแวะครั้งที่สองนี้ ผมได้พักที่ห้องรับแขกคุณเชิด เราคุยกันนานเรื่องที่เขาอยากจะไปยุโรปพร้อมกับหนัง แผลเก่า
คุณอยู่เบื้องหลังการนำหนัง แผลเก่า ไปสู่นานาชาติ อยากให้เล่าเหตุการณ์ในตอนนั้น และอะไรทำให้ แผลเก่า โดดเด่นในสายตาคุณ
ในปี 2524 หนังจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังไม่เป็นที่รู้จักในประเทศแถบตะวันตก ผมทำงานเป็นนักวิจารณ์ภาพยนตร์ให้แก่นิตยสารภาษาอังกฤษหลายเล่มและเป็นบรรณาธิการให้แก่สูจิบัตรของเทศกาลหนังลอนดอน ตอนนั้นผู้อำนวยการเทศกาล คุณ Ken Wlaschin เขาเปิดรับคำแนะนำเรื่องหนังที่จะนำมาฉายในเทศกาลอย่างมาก ผมได้ดูหนังที่น่าสนใจทั้งจากไทย อินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ จากเทศกาลหนังฮ่องกง และคุณ Wlaschin ก็รับคำแนะนำจากผมด้วยการฉายหนังเหล่านั้น ตอนนั้นมีหนังไทยเรื่องเดียวที่เคยฉายในสหราชอาณาจักร นั่นคือ ทองปาน ฉายที่เอดินเบิร์กช่วงปลายทศวรรษ 70
ตอนนั้น ผมมั่นใจมากว่าถึงเวลาแล้วที่หนังไทยควรได้รับการฉายในระดับนานาชาติ เหตุผลที่ผมเลือก แผลเก่า ของคุณเชิด และ ประชาชนนอก ของคุณมานพ เป็นจุดเริ่มต้น เพราะหนังทั้งสองเรื่องแสดงให้เห็นถึงกระบวนการผลิตภาพยนตร์ไทยที่แตกต่างกัน คืออุตสาหกรรมหนังกระแสหลักและกลุ่มหนังอิสระ ‘ใต้ดิน’ และรูปแบบหนังที่แตกต่างกัน แต่ก็น่าประทับใจทั้งคู่
ผมเชื่อว่าคนดูทางฝั่งตะวันตกจะต้องถูกใจ ‘รสชาติ’หนังไทย ๆ อย่าง แผลเก่า ด้วยการวางองค์ประกอบภาพและการออกแบบงานสร้างของคุณเชิด อีกอย่างคือการแสดงที่ดูจริงมากของนักแสดงนำ ซึ่งคนน่าจะชอบหนังที่ดูจริงใจ
ส่วน ประชาชนนอก ก็ได้รับคำชมในเรื่องช็อตและการกำกับ เพราะผมเชื่อว่าคนดูตะวันตกน่าจะสามารถเชื่อมโยงกับประเด็นปัญหาสังคม การเมืองและเศรษฐกิจของภาคอีสานได้
แล้วผลตอบรับของคนดูที่มีต่อ แผลเก่า เป็นอย่างไรบ้าง
ผลตอบรับออกมาดีมาก อย่างที่ผมคาดไว้ คนชอบสไตล์ภาพ, การแสดง, ดนตรี และอารมณ์ความซื่อของหนัง มันเป็นหนังที่ถูกจริตคนตะวันตก เพราะมันดูไม่ตามสูตรหนังเกินไป ไม่ซ้ำซากจำเจ
