สมุดภาพร่างหนังเรื่องแรกของ สัตยาจิต เรย์

ชวนอ่าน The Pather Panchali Sketchbook  สมุดภาพร่างหนังเรื่องแรกของสัตยาจิต เรย์ กำกับภาพยนตร์คนสำคัญของอินเดีย ที่ให้ความสำคัญเรื่องความหลากหลายของวิถีชีวิตเบงกาลี 

-------------------------



โดย วิมลิน มีศิริ 

*ตีพิมพ์ครั้งแรกในจดหมายข่าวหอภาพยนตร์ ฉบับที่ 58 กรกฎาคม-สิงหาคม 2563 


Satyajit Ray หรือ สัตยาจิต เรย์* (ค.ศ. 1921-1992) คือ ผู้กำกับภาพยนตร์คนสำคัญของอินเดีย และเป็นชาวเบงกอลโดยกำเนิด  แม้ว่าสัตยาจิตจากโลกนี้ไปนานแล้ว แต่ผลงาน Pather Panchali (ค.ศ. 1955) หนังเรื่องแรกของเขา ที่ให้ความสำคัญเรื่องความหลากหลายของวิถีชีวิตเบงกาลี ผ่านภาพที่เป็นจริงของท้องทุ่ง บ้านเรือนอันผุพัง มุ่งเน้นไปยังปมประเด็นปัญหาเล็ก ๆ และนำเสนอภาพชีวิตของคนทั่วไปให้เหมือนธรรมชาติมากที่สุด ทำให้เรารู้จักชายคนนี้ในฐานะผู้สร้างภาพยนตร์ด้วยภาษาเบงกาลีที่แตกต่างจากภาพยนตร์กระแสหลักของอินเดียในยุคนั้นอย่างสิ้นเชิง 


ห้องสมุดฯ ชวนผู้อ่านชื่นชมสมุดภาพร่างหนังเรื่องแรกของสัตยาจิต เรย์ ผ่านหนังสือ The Pather Panchali Sketchbook บรรณาธิการโดย Sandip Ray ซึ่งหนังสือเล่มนี้มีรูปแบบการนำเสนอแบ่งออกเป็น 4 ส่วน


ส่วนที่ 1 นำเสนอการรวบรวมบทวิจารณ์และบทความแนะนำหนังเรื่องนี้ที่เคยตีพิมพ์ลงสื่อสิ่งพิมพ์ทั้งในนครกัลกัตตาและประเทศอื่น ๆ อย่างเช่น บทความเรื่อง A Beautiful Picture, Fresh and Personal ใน Sight and Sound นิตยสารด้านภาพยนตร์ชื่อดังของอังกฤษ นอกจากนั้นเนื้อหาในส่วนที่ 1 ได้คัดสรรภาพประกอบมาจากฉากต่าง ๆ ของหนังเรื่องนี้อีกด้วย สิ่งที่ผู้อ่านน่าจะได้รับจากข้อมูลของส่วนที่ 1 คือ ความยิ่งใหญ่และความมหัศจรรย์ของหนังภาษาเบงกาลีที่ได้รับการยอมรับจากนานาชาติ 



เมื่อเปิดหนังสือมาถึงส่วนที่ 2 ผู้อ่านจะได้พบกับสมุดภาพร่างของสัตยาจิตจำนวน 58 หน้า ซึ่ง Pather Panchali สร้างมาจากนิยายในชื่อเรื่องเดียวกันของนักเขียนชาวเบงกาลีนามว่า พิภูติภูษัณ พันเนอร์จี ซึ่งสัตยาจิตได้ขอลิขสิทธิ์นิยายเรื่องนี้จากภรรยาของผู้เขียน เมื่อ ค.ศ. 1950 และสัตยาจิตได้ถ่ายทอดความแปลกใหม่ของบทประพันธ์เรื่องนี้ให้เป็นภาพร่าง ภาพประกอบ เพื่ออธิบายฉากและเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในหนังเท่านั้น โดยเขียนด้วยปากกา พู่กัน และหมึก ลงในสมุดปกผ้าสีแดง (Kheror Khata) ซึ่งเป็นสมุดผลิตด้วยมือ เย็บด้วยเชือกสีขาว และเป็นเอกลักษณ์หนึ่งของชาวเบงกาลี สัตยาจิตได้นำสมุดภาพร่างไปเสนอผู้สร้างภาพยนตร์ต่าง ๆ เพื่อหาทุนการสร้าง Pather Panchali เป็นเวลาเกือบ 2 ปีเต็ม แต่ถูกปฏิเสธ ยกตัวอย่างภาพร่างลำดับหน้าที่ 35 และ 36 ถ้าใครมีโอกาสได้ดูหนังเรื่องนี้แล้ว อาจจะเห็นภาพร่างแล้วนึกคล้อยตามไปกับภาพเคลื่อนไหวในฉากที่อาปูและทุรคาวิ่งเล่นตามทุ่งหญ้า พร้อมกับมีขบวนรถไฟเคลื่อนผ่านไป และหากพิจารณาสมุดภาพร่างเล่มนี้ เราอาจเข้าใจการสื่อความหมายของสัตยาจิต โดยสรุปสั้น ๆ ได้ 4 ประการ คือ ประการแรก ภาพร่างสื่อถึงสรุปลําดับการเล่าเรื่อง ประการที่สอง การสะท้อนบุคลิกลักษณะของแต่ละตัวละคร ประการที่สาม คือ การเปลี่ยนฉาก ซึ่งคำว่า “dissolve” หรือ “การจางซ้อน” ปรากฏอยู่ในสมุดภาพร่างเป็นจำนวนมาก ซึ่งสัตยาจิตน่าจะมีสุนทรียภาพด้านการเปลี่ยนฉากด้วยวิธีการจางซ้อน ประการที่สี่ คือ วิธีการจัดวางองค์ประกอบภาพมักจะประกอบไปด้วยบ่อน้ำ ท้องทุ่ง รางรถไฟ พระอาทิตย์ตก เป็นต้น สำหรับสมุดภาพร่างของ Pather Panchali ฉบับจริงนั้น สัตยาจิตได้บริจาคสมุดเล่มนี้ ให้กับ Cinémathèque Française ตามคำร้องขอของ Georges Sadoul นักสื่อสารมวลชนและนักวิชาการภาพยนตร์ที่มีชื่อเสียงชาวฝรั่งเศส ซึ่ง สันทีป บุตรชายของสัตยาจิตได้เล่าไว้ในหนังสือเล่มนี้ว่า “ในช่วงสุดท้ายของชีวิต พ่ออยากเห็นสมุดภาพร่างเล่มนี้อีกสักครั้งก่อนตาย ผมจึงติดต่อไปที่ Cinémathèque Française แต่กลับได้รับคำตอบว่าสมุดภาพร่างสูญหายไปแล้ว” ซึ่งสมุดภาพร่างที่พวกเราได้เห็นในส่วนที่ 2 นี้ เป็นสำเนาที่สแกนเก็บไว้โดยบริษัท Criterion Collection 




สำหรับส่วนที่ 3 แฟนหนังของสัตยาจิตจะได้รำลึกถึงบรรยากาศการถ่ายทำ และความน่าตี่นตาตื่นใจในส่วนที่ 3 นี้ เราจะได้ชมภาพนิ่งงาม ๆ ที่เป็นเบื้องหลังการถ่ายทำ รวมถึงอิริยาบถน่ารัก ๆ ของนักแสดงระหว่างพักการถ่ายทำอีกด้วย ซึ่งหลายภาพเป็นผลงานการถ่ายภาพนิ่งด้วยฝีมือของสัตยาจิต รวมถึงการรวบรวมบทสัมภาษณ์ บทความ ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับเบื้องหลังกว่าจะเป็น Pather Panchali ที่ประสบความสำเร็จทั้งรายได้และคำวิจารณ์ ซึ่งเคยตีพิมพ์ลงในสิ่งพิมพ์ต่าง ๆ  ผู้อ่านจะได้อ่านบทความที่เขียนโดยสัตยาจิต รวมถึงข้อเขียนจากบรรดาทีมงานต่าง ๆ ซึ่งพวกเขาจะกล่าวถึงสัตยาจิตด้วยชื่อเล่นว่า “มนิก” ซึ่งชาวเบงกาลีจำนวนหนึ่งยังนิยมเรียกเขาด้วยชื่อเล่น ส่วนตัวอย่างบทความหนึ่งที่น่าสนใจ คือ บทความจาก สุพีร์ พันเนอร์จี นักแสดงผู้รับบท “อาปู” ในวัยเด็ก เป็นบทความที่เคยตีพิมพ์เมื่อ ค.ศ. 2005 เช่น เนื้อความช่วงหนึ่งที่เล่าว่า สัตยาจิตพยายามเฟ้นหานักแสดงเพื่อมารับบทอาปูมากกว่า 200 คนทั่วนครกัลกัตตา แม่ของสัตยาจิตจึงแนะนำว่า สัตยาจิตค้นหานักแสดงที่จะมาเป็นอาปูมามากแล้ว แต่ยังไม่ได้ลองดูเด็กชายที่อยู่ข้างบ้านติดกันในประตูถัดไปนี่เอง สัตยาจิตจึงลองชวนสุพีร์มาที่บ้านเพื่อพูดคุยและถ่ายภาพนิ่งเก็บไว้ และในที่สุด สัตยาจิตเลือกเด็กชายสุพีร์มารับบทอาปู แม้ว่าเด็กชายจะแสดงหนังไม่เป็น ซึ่ง Pather Panchali ออกฉายที่นครกัลกัตตาเมื่อ 26 สิงหาคม ค.ศ. 1955 ตอนนั้นสุพีร์อายุ 9 ขวบ หลังจากนั้นสุพีร์ได้รับข้อเสนอให้แสดงหนังเรื่องอื่น ๆ มากมาย แต่พ่อกับแม่ของเขาไม่เห็นด้วยและเขาไม่เคยแสดงหนังอีกเลย สุพีร์เล่าว่าแม้เวลาจะผ่านไปกว่าครึ่งศตวรรษ (ค.ศ. 1955-2005) แต่เขายังได้รับเชิญจากหนังสือพิมพ์และวารสารต่าง ๆ ให้เขาเขียนถึง Pather Panchali ซึ่งเขาภาคภูมิใจมากที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของหนังเรื่องนี้ และเขาต้องการแสดงเป็น “อาปู” เพียงเรื่องเดียวเท่านั้นไปตลอดกาล  




ส่วนที่ 4 บทส่งท้ายของหนังสือเล่มนี้ นำเสนอการรวบรวมเอกสาร (documentation) จำแนกออกเป็น 11 ประเภทเอกสารที่เกี่ยวเนื่องกับ Pather Panchali โดยมีคำบรรยายประกอบใต้ภาพ ซึ่งเราในฐานะคนอ่าน สิ่งที่ได้รับจากการได้เห็นเอกสารต่าง ๆ สะท้อนได้ว่า สัตยาจิตเป็นบุคคลที่สามารถใช้ศักยภาพของตนเองได้อย่างหลากหลาย และการเป็นผู้ลงมือปฏิบัติจริง รวมถึงเอกสารบางชิ้นสะท้อนให้เราเข้าใจได้ว่า หนังเรื่องนี้มีคุณค่ามากสำหรับชาวเบงกาลี ตัวอย่างเอกสาร เช่น แผ่นพับ (Booklet) ที่มีลักษณะคล้ายหนังสือเล่มเล็ก ๆ ที่สัตยาจิตออกแบบด้วยตนเอง อีกตัวอย่างหนึ่งคือแสตมป์ที่ระลึกภาพตัวละครอาปูวัยเด็ก เมื่อครั้งฉลองครบรอบ 25 ปี (ค.ศ. 1955-1980) ของ Pather Panchali  


หากสนใจอ่านหนังสือเล่มนี้ท่านสามารถมาใช้บริการได้ที่ห้องสมุดและโสตทัศนสถาน เชิด ทรงศรี เปิดให้บริการแบบนัดหมายทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 9.00–17.00 น. เว้นวันหยุดราชการ เพื่อความสะดวกผู้ใช้บริการสามารถนัดหมายล่วงหน้าที่ https://fapot.or.th/main/news/276

หมายเหตุ การออกเสียงชื่อ Satyajit Ray ที่ถูกต้องตามหลักภาษา คือ สัตยชิต ราย แต่หอภาพยนตร์ขอใช้ สัตยาจิต เรย์ ซึ่งยึดตามการออกเสียงที่คนทั่วไปคุ้นเคย

อบรมครูวิชาภาพยนตร์ กิจกรรมระหว่างหอภาพยนตร์แ...

23 ก.ค. 63  บทความ

การนำภาพยนตร์กลับสู่โรงเรียนเป็นส่วนหนึ่งที่หอภาพยนตร์ได้พยายามผลักดันเพื่อส่งเสริมให้ภาพยนตร์ เครื่องมือในการเรียนรู้ที่ดียิ่งของมนุษย์ได้กลับเข้าไปม...

อ่านรายละเอียด

Uncle Boonmee: 10 Years Later

16 ก.ค. 63  บทความ

พูดคุยกับอภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล ผู้กำกับหนังไทยคนสำคัญ ผ่านการสนทนาออนไลน์ ในวาระครบรอบ 10 ปี ลุงบุญมีระลึกชาติ ได้รับรางวัลปาล์มทองจากเทศกาลภา...

อ่านรายละเอียด

จอมพล แปลก พิบูลสงคราม ในภาพยนตร์

14 ก.ค. 63  บทความ

บางส่วนของภาพยนตร์ในคลังอนุรักษ์ของหอภาพยนตร์ ที่บันทึกชีวิตและการทำงานของ จอมพล ป. พิบูลสงคราม อดีตนายกรัฐมนตรี ผู้มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในหน้าประวั...

อ่านรายละเอียด

คำโฆษณาหนังโปรแกรมสุดท้ายที่สกาลา ของ สุชาติ...

2 ก.ค. 63  บทความ

รู้จักกับ สุชาติ วุฒิวิชัย ครีเอทีฟคนสำคัญของเมืองไทย ผู้ร่วมงานกับบริษัทเอเพกซ์มายาวนานกว่า 50 ปี ทั้งในฐานะคนจัดโปรแกรมหนังและประชาสัมพันธ์ ทั้งยังม...

อ่านรายละเอียด

La Scala ลา สกาลา บทอำลาโรงภาพยนตร์สแตนด์อโลน...

28 มิ.ย. 63  บทความ

เรื่องราวของสกาลา โรงภาพยนตร์อันโอ่อ่าที่เคยเป็น “ราชาโรงหนังแห่งสยาม” จากสถานที่ที่เคยเปรียบเสมือนสโมสรอันหรูหราให้ผู้คนได้นัดกันแต่งตัวสวยงามเพื่อ...

อ่านรายละเอียด

New Normal ภาพยนตร์ในเมืองไทย

26 มิ.ย. 63  บทความ

สถานการณ์ภาพยนตร์ในเมืองไทย ท่ามกลาง New Normal หรือ “ความปรกติใหม่” ทั้งการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและกฎระเบียบของสังคม การเว้นระยะห่าง และมาตรการการให้บร...

อ่านรายละเอียด