คำโฆษณาหนังโปรแกรมสุดท้ายที่สกาลา ของ สุชาติ วุฒิวิชัย

รู้จักกับ สุชาติ วุฒิวิชัย ครีเอทีฟคนสำคัญของเมืองไทย ผู้ร่วมงานกับบริษัทเอเพกซ์มายาวนานกว่า 50 ปี ทั้งในฐานะคนจัดโปรแกรมหนังและประชาสัมพันธ์ ทั้งยังมีส่วนสำคัญในการนำพาโรงภาพยนตร์สกาลาเดินทางฝ่ามรสุมมาได้ไกลกว่าเพื่อนร่วมรุ่นทุกโรง

---------


โดย พุทธพงษ์ เจียมรัตตัญญู

*ตัดทอนเนื้อหาบางส่วนมาจากบทความ “ตำนานการเปลี่ยนผันของโรงหนังเครือเอเพ็กซ์” ในจดหมายข่าวหหอภาพยนตร์ ฉบับที่ 45 พฤษภาคม-มิถุนายน 2561 




ท่ามกลางเอกลักษณ์มากมายของโรงภาพยนตร์สกาลา หนึ่งในความโดดเด่นที่แฟนหนังหลายคนคอยติดตาม คือข้อความโฆษณาหนังที่เข้าฉายในหน้าหนังสือพิมพ์ ซึ่งให้อารมณ์หรือรสชาติแปลกต่างไปจากโปรแกรมที่อื่น มาตั้งแต่ยุคที่พี่น้องร่วมสยามแสควร์อย่าง สยาม และ ลิโด ยังคงอยู่เคียงข้าง


หลายคนอาจไม่รู้ว่า ถ้อยคำที่มีเสน่ห์เหล่านี้สร้างสรรค์โดย สุชาติ วุฒิวิชัย ครีเอทีฟคนสำคัญของเมืองไทย วัยเหยียบ 80 ปี ผู้ร่วมงานกับเอเพ็กซ์มายาวนานกว่าครึ่งศตวรรษ  ทั้งยังเป็นเจ้าของชื่อหนังดัง ๆ อย่าง วิ่งสู้ฟัด, ผู้หญิงข้า ใครอย่าแตะ รวมถึงน้ำเสียงทุ้มลึกในหนังตัวอย่างหลายเรื่องที่คุ้นเคย 


สุชาติคลุกคลีอยู่ในวงการโฆษณาประชาสัมพันธ์หนังมาตั้งแต่ยุคเฟื่องฟูของโรงหนังสแตนด์อโลน  ซึ่งแข่งขันกันอย่างดุเดือดเข้มข้น เขาเคยเล่าบรรยากาศการโปรโมตหนังในตอนนั้นให้หอภาพยนตร์ฟังว่า สมัยนั้นยังไม่มีการกำหนดวันฉายที่แน่นอนจากต่างประเทศ เมื่อได้หนังมา โรงหนังเครือเอเพ็กซ์จะคัดเลือกว่าจะนำหนังเรื่องอะไรฉายช่วงไหน โดยดูจังหวะกับสถานการณ์ และสิ่งสำคัญคือโปรแกรมการฉายของคู่แข่ง


“เราจะคอยดูกิจกรรมที่คู่แข่งทำ อย่างเช่นแต่ก่อน มันจะมีบิลบอร์ดโฆษณาหนังใหญ่เท่าตึกรามบ้านช่อง ติดทั่วกรุงเทพ ผมก็จะคอยขับรถออกไปดูตอนตีสอง เพราะเขาขึ้นป้ายกันดึก ๆ บางทีเห็นเขาขึ้นหนังเรื่องนี้มาแล้ว เราต้องขับรถกลับออฟฟิศไปปรับโปรแกรมหนังเราใหม่ ปรับแคมเปญกันใหม่ วุ่นวายกันพอสมควร” 



นอกจากงานประชาสัมพันธ์  สุชาติยังมีหน้าที่เลือกหนังเข้าโปรแกรมฉาย ซึ่งในยุคโรงหนังสแตนด์อโลนนั้น บริษัทเอเพกซ์ได้ออกไปซื้อหนังจากเทศกาลหรือตลาดหนังต่างประเทศเข้ามาจัดฉายเอง คราวละหลายสิบเรื่อง แม้สุดท้ายแล้วจะไม่ได้นำมาฉายครบทุกเรื่อง แต่บางครั้งก็กลายเป็นเรื่องดี เช่นเรื่องหนึ่งที่ยังคงประทับอยู่ในความทรงจำของเขา


“ตอนนั้นจำได้ว่า ต้องหาหนังเข้าเทศกาลตรุษจีน ซึ่งเป็นเทศกาลที่ทำเงินให้แก่โรงหนัง จริง ๆ เรามีหนังเรื่องหนึ่งซึ่งวางแผนจะฉายแต่มาไม่ทัน วุ่นวายมาก ผมก็ไปดูที่โกดังเก็บหนัง ไปเจอหนังชุดหนึ่งชื่อ Crazy Boy of the Game เป็นหนังตลกฝรั่งเศส ก็เลยลองเอามาดู ปรากฏว่าใช้ได้ เลยเอามาตั้งชื่อไทยว่า บ๊องส์”  


ผลลัพธ์ก็คือ บ๊องส์ หนังตลกฝรั่งเศสที่เกือบจะถูกลืมเรื่องนี้ ได้รับความนิยมอย่างไม่คาดฝัน จนสามารถยืนโรงฉายอยู่เป็นเดือน ๆ


ไม่เพียงแต่งานด้านหนังต่างประเทศ สุชาติยังเคยรับหน้าที่กำกับหนังไทย  เมื่อครั้งที่บริษัทจากฮอลลีวู้ดงดส่งหนังเข้ามาฉายในเมืองไทย เพื่อต่อต้านการขึ้นภาษีฟิล์มภาพยนตร์ของรัฐบาลไทยในช่วงปี พ.ศ. 2521 ทำให้บริษัทเอเพ็กซ์จึงต้องผลิตหนังไทยขึ้นมาฉายเข้าโรงเองอยู่ประมาณ 20 เรื่อง  หนึ่งในนั้นคือผลงานการกำกับของ สุชาติ วุฒิวิชัย เรื่อง น้ำค้างหยดเดียว ที่ทั้งท้าทายสังคมและงดงามสมชื่อ กลายเป็นตำนานเล่าขานเรื่องหนึ่งของวงการหนังไทย 


จากยุครุ่งเรืองของโรงหนังสแตนด์อโลน ผันผ่านเข้าสู่การเติบโตอย่างรวดเร็วของโรงหนังมัลติเพล็กซ์ ในช่วงกลางทศวรรษ 2530 ที่มาพร้อมกับรูปแบบและระบบการนำเสนอต่อคนดูที่เปลี่ยนไป สุชาติก็ยังเป็นผู้คิดไอเดียหาช่องทางอยู่รอดให้โรงหนังเครือเอเพกซ์ สามารถต่อสู้กับโรงแบบแบบสมัยใหม่เหล่านี้ได้ 


“ถ้าเราขืนปล่อยไปตามยถากรรม คงไม่รอด ก็เลยเอาหนังที่เป็นนอกกระแส หนังทางเลือก มาฉายให้คนดูให้เขาได้สัมผัสรสชาติที่มันไม่จำเป็นต้องเป็นโปรดักชั่นใหญ่ ๆ อย่างฮอลลีวู้ด นั่นคือที่มาของการฉายหนังนอกกระแส เราตั้งโครงการนี้ว่า Apex Exclusive คือ Exclusive จริง ๆ  มีแค่ที่เราที่เดียว พอตอนหลังเครืออื่นเขาก็เลยเอาคำว่า Exclusive ไปใช้ บางครั้งเราก็เลยต้องเปลี่ยนเป็น Siam Square Solo”


โปรแกรม Apex Exclusive เริ่มต้นในปี พ.ศ. 2543 ที่โรงหนังลิโด ที่ตอนนั้นแปรสภาพเป็นมัลติเพล็กซ์เนื่องจากโรงเดิมไฟไหม้ และแบ่งออกเป็นโรงเล็ก 3 โรงแล้ว ประเดิมเรื่องแรกด้วยหนังอิหร่านเรื่อง Children of Heaven  ซึ่งสุชาติตั้งชื่อไทยว่า วิ่งสู้เขา หัวใจเราคือสวรรค์  หนังสร้างความประทับใจจนเกิดเป็นปรากฏการณ์ยืนโรงฉายอยู่นานหลายเดือน นอกจากนี้ โปรแกรม Apex Exclusive  ยังก่อให้เกิดกระแสความตื่นตัวต่อหนังญี่ปุ่นยุคใหม่ เช่น Be with You, Nobody Knows  รวมทั้งเปลี่ยนภาพลักษณ์ของโรงหนังเครือเอเพกซ์ จากโรงที่ฉายหนังโปรแกรมใหญ่ ๆ ในอดีต กลายมาเป็นบ้านของนักดูหนังทางเลือกยุคแรก ๆ ของเมืองไทย




เวลาผ่านไป พร้อมกับการจากไปของโรงสยามกับลิโด และวัยเกษียณของตัวเองที่ผ่านพ้นไปหลายปี แต่สุชาติยังคงผูกพันกับโรงหนัง หลายคนที่ไปดูหนังที่สกาลาในช่วงหลัง ๆ อาจจะเคยเห็นชายชราร่างเล็ก สวมแว่นหนา ไว้ผมยาวสีเดียวกับชุดขาวที่เขาใส่เป็นประจำ เดินผ่านไปมาอยู่อย่างสงบเสงี่ยม นั่นล่ะคือเขา สุชาติ วุฒิวิชัย ผู้มีส่วนสำคัญในการนำพาโรงหนังสแตนด์อโลนแห่งนี้เดินทางฝ่ามรสุมมาได้ไกลกว่าเพื่อนร่วมรุ่นทุกโรง


เมื่อถามถึงไฟแห่งการสร้างสรรค์ที่ยังคงไม่ดับมอด สุชาติให้เหตุผลว่า


“ผมคิดว่าเพราะเรารักมัน มันอยู่ในวิญญาณ ในสายเลือด วิญญาณของหนังมันคงอยู่ในสายเลือดผมโดยไม่รู้ตัว และวิญญาณนี้คงจะอยู่ต่อไปอีกนานเท่านาน” 


ในวาระที่หอภาพยนตร์นำหนังเข้าฉายเป็นโปรแกรมสุดท้ายของโรงหนังสกาลา เราจึงขอให้คุณสุชาติช่วยคิดข้อความโฆษณาหนังในโปรแกรมครั้งนี้ เพื่อให้วิญญาณในสายเลือดของเขาได้ออกมาทิ้งทวน และให้บรรดาแฟน ๆ ที่เคยติดตามโปรแกรมของโรงในเครือเอเพ็กซ์ ได้เก็บไว้เป็นที่ระลึกในความทรงจำ



“BLOW-UP” ผนึกหัวใจแห่งศิลป์ อารมณ์นี้ต้อง Blow…

“THE SCALA” ภาพยนตร์สารคดีที่สะท้อนเรื่องราวของ “ฅนสกาลา”...

“นิรันดร์ราตรี” ภาพยนตร์ที่โด่งดังจากหลายเทศกาล

“CINEMA PARADISO” “โรงหนังที่ผูกพัน พวกเขาเป็นเพื่อน เป็นบ้าน เป็นชีวิต...นาน...ตลอดไป”

- สุชาติ วุฒิวิชัย -

สมุดภาพร่างหนังเรื่องแรกของ สัตยาจิต เรย์

29 ก.ค. 63  บทความ

ชวนอ่าน The Pather Panchali Sketchbook  สมุดภาพร่างหนังเรื่องแรกของสัตยาจิต เรย์ กำกับภาพยนตร์คนสำคัญของอินเดีย ที่ให้ความสำคัญเรื่องความหลา...

อ่านรายละเอียด

อบรมครูวิชาภาพยนตร์ กิจกรรมระหว่างหอภาพยนตร์แ...

23 ก.ค. 63  บทความ

การนำภาพยนตร์กลับสู่โรงเรียนเป็นส่วนหนึ่งที่หอภาพยนตร์ได้พยายามผลักดันเพื่อส่งเสริมให้ภาพยนตร์ เครื่องมือในการเรียนรู้ที่ดียิ่งของมนุษย์ได้กลับเข้าไปม...

อ่านรายละเอียด

Uncle Boonmee: 10 Years Later

16 ก.ค. 63  บทความ

พูดคุยกับอภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล ผู้กำกับหนังไทยคนสำคัญ ผ่านการสนทนาออนไลน์ ในวาระครบรอบ 10 ปี ลุงบุญมีระลึกชาติ ได้รับรางวัลปาล์มทองจากเทศกาลภา...

อ่านรายละเอียด

จอมพล แปลก พิบูลสงคราม ในภาพยนตร์

14 ก.ค. 63  บทความ

บางส่วนของภาพยนตร์ในคลังอนุรักษ์ของหอภาพยนตร์ ที่บันทึกชีวิตและการทำงานของ จอมพล ป. พิบูลสงคราม อดีตนายกรัฐมนตรี ผู้มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในหน้าประวั...

อ่านรายละเอียด

La Scala ลา สกาลา บทอำลาโรงภาพยนตร์สแตนด์อโลน...

28 มิ.ย. 63  บทความ

เรื่องราวของสกาลา โรงภาพยนตร์อันโอ่อ่าที่เคยเป็น “ราชาโรงหนังแห่งสยาม” จากสถานที่ที่เคยเปรียบเสมือนสโมสรอันหรูหราให้ผู้คนได้นัดกันแต่งตัวสวยงามเพื่อ...

อ่านรายละเอียด

New Normal ภาพยนตร์ในเมืองไทย

26 มิ.ย. 63  บทความ

สถานการณ์ภาพยนตร์ในเมืองไทย ท่ามกลาง New Normal หรือ “ความปรกติใหม่” ทั้งการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและกฎระเบียบของสังคม การเว้นระยะห่าง และมาตรการการให้บร...

อ่านรายละเอียด