แนะนำหนังทึ่ง! My Fair Lady บุษบาริมทาง (1964)

ในบรรดาหนังเพลงคลาสสิกของฮอลลีวูด  My Fair Ladyภาพยนตร์ปี ค.ศ. 1964 นับเป็นหนึ่งในเรื่องที่ได้รับการกล่าวขวัญถึงมากที่สุด  ทั้งในด้านเรื่องราวที่เพลิดเพลินและบทเพลงอันไพเราะ รวมไปถึงการเป็นหมุดหมายสำคัญในเส้นทางภาพยนตร์ของ ออเดรย์ เฮปเบิร์น  นักแสดงหญิงผู้ยิ่งใหญ่และเป็นที่รักตลอดกาลของบรรดาแฟนภาพยนตร์ทั่วโลก


อย่างไรก็ตาม หมุดหมายที่ว่านั้น ไม่ได้หมายความถึงแค่การเป็นผลงานการแสดงที่ดีที่สุดเรื่องหนึ่งของเฮปเบิร์นเพียงอย่างเดียว หากแต่ยังหมายถึงเป็นบทบาทที่เคยทำให้สถานะการเป็นขวัญใจมหาชนของเธอต้องสั่นคลอนอีกด้วย จนอาจกล่าวได้ว่าเป็นเพียงรอยด่างพร้อยเดียวของนางเอกผู้มีภาพลักษณ์ที่ขาวสะอาดที่สุดคนหนึ่งของฮอลลีวูดคนนี้


เหตุนั้นเกิดจากการที่ My Fair Lady เป็นภาพยนตร์ที่ดัดแปลงมาจากละครเพลงบรอดเวย์ที่ออกแสดงครั้งแรกเมื่อ ค.ศ. 1956 และประสบความสำเร็จจนยืนเวทียาวนานต่อเนื่องถึง 2,717 รอบ เนื้อหาของละครกล่าวถึงเรื่องราวของ เอไลซา ดูลิตเทิล หญิงสาวขายดอกไม้ข้างถนนผู้มีสำเนียงพูดแบบชนชั้นต่ำ แต่ได้รับการฝึกฝนจาก เฮนรี ฮิกกินส์ ศาสตราจารย์ทางด้านสัทศาสตร์ จนสามารถกลายเป็นกุลสตรีที่มีกิริยามารยาทและการพูดจาแบบชนชั้นสูงได้สำเร็จ โดยผู้ที่รับบทเอไลซานั้นคือ จูลี แอนดรูว์ส สาวน้อยผู้ที่แฟน ๆ เชื่อว่าเป็นตัวเลือกเดียวหากละครได้รับการนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์


          แต่เมื่อ แจ็ก วอร์เนอร์ เจ้าของบริษัทวอเนอร์ บราเดอร์ส ซื้อลิขสิทธิ์มาดัดแปลงเป็นภาพยนตร์ด้วยราคาสูงลิบ เขากลับเลือก ออเดรย์ เฮปเบิร์น ซูเปอร์สตาร์ผู้แจ้งเกิดและได้ออสการ์จาก Roman Holiday (1953) รวมทั้งโด่งดังต่อเนื่องใน Funny Face (1957) และ Breakfast at Tiffany's (1961) ฯลฯ มารับบทเอไลซาแทนที่จะเป็นตัวเลือกของผู้ชมอย่าง จูลี แอนดรูว์ส ผู้ไม่เคยมีผลงานแสดงภาพยนตร์มาก่อน


          นั่นทำให้แฟน ๆ รู้สึกถูกหักหาญน้ำใจ และพุ่งเป้ามาที่ ออเดรย์ เฮปเบิร์น ซึ่งกลายเป็นผู้โชคร้ายที่ต้องตกที่นั่งกลายเป็นจำเลยของสังคมเป็นครั้งแรก ทั้ง ๆ ที่เธอเองก็คิดเช่นเดียวกันกับเสียงส่วนใหญ่ว่าบทดังกล่าวควรเป็นของแอนดรูว์ส แต่เมื่อได้รับคำตอบจากแจ็กว่า ถึงแม้เธอจะไม่รับเล่น เขาก็ไม่มีทางเลือกแอนดรูวส์อยู่ดี หากแต่จะส่งต่อให้แก่ เอลิซาเบธ เทย์เลอร์ อีกหนึ่งดาราใหญ่แห่งยุคที่พร้อมจะรับบทนี้ นั่นจึงกลายเป็นเหตุผลให้เฮปเบิร์นเลือกที่จะตอบตกลง


 ซ้ำร้ายไปกว่านั้น เมื่อเฮปเบิร์นได้ทุ่มเทฝึกซ้อมร้องเพลงเพื่อเตรียมรับบทใหญ่ในหนังเพลงที่ว่ากันว่าถูกตั้งความหวังไว้สูงพอ ๆ กับ Gone with the Wind แต่วอร์เนอร์กลับตัดสินใจในนาทีสุดท้ายให้ มาร์นี นิกสัน นักร้องผู้ที่ร้องแทนเสียงนางเอกชื่อดังในหนังเพลงหลายเรื่อง มาร้องทับเส้นเสียงของเฮปเบิร์นในเรื่องนี้แทน ในขณะที่ เรกซ์ แฮร์ริสัน ผู้รับบทศาสตราจารย์เฮนรี ฮิกกินส์ มาตั้งแต่ฉบับละครบรอดเวย์ กลับได้รับอนุญาตให้บันทึกเสียงร้องขณะถ่ายทำจริง


          ด้วยเหตุผลดังกล่าว ส่งผลให้บทบาทของเฮปเบิร์นในเรื่องนี้ถูกตั้งคำถามถึงความเหมาะสม ทั้ง ๆ ที่หากลบข้อครหาซึ่งไม่ใช่ความผิดของเธอออกไป เอไลซา ดูลิตเทิล นั้นถือเป็นบทบาทการแสดงที่สมบูรณ์แบบที่สุดบทบาทหนึ่งของเฮปเบิร์นเสียด้วยซ้ำ ทั้งในครึ่งแรกที่เธอต้องแปลงโฉมและดัดสำเนียงให้สมกับเป็นสาวไพร่ผู้ไร้การศึกษา รวมถึงในครึ่งหลัง ที่เธอได้แสดงฝีไม้ลายมือและเปล่งประกายอย่างเต็มที่ ในการสวมวิญญาณเป็นสตรีสูงศักดิ์ผู้งามสง่า


          ว่ากันว่า บทลงโทษอย่างเป็นรูปธรรมแต่ไม่เป็นธรรมที่สุด คือ การที่เฮปเบิร์นไม่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ แม้ My Fair Lady จะมีชื่อเข้าชิงถึง 12 รางวัล และชนะถึง 8 รางวัลก็ตาม และที่ตลกร้ายไปกว่านั้น จูลี แอนดรูวส์ ซึ่งภายหลังที่พลาดบทเอไลซา ได้ไปรับบทนำใน Mary Poppins กลับได้รับรางวัลออสการ์สาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมมาครองได้  อย่างไรก็ตาม เฮปเบิร์นก็ยังคงได้ยืนอยู่บนเวทีออสการ์ในค่ำคืนนั้นอย่างงามสง่า ในฐานะผู้ประกาศและมอบรางวัลผู้แสดงนำฝ่ายชายยอดเยี่ยมให้แก่ เรกซ์ แฮร์ริสัน ซึ่งเขาได้โอบเธอไว้ตลอดการกล่าวขอบคุณ ราวกับจะบอกว่าเธอคือส่วนหนึ่งของรางวัลอันทรงเกียรตินี้ รวมทั้งยังพาเธอฝ่าพ้นไปจากคำติฉินนินทาทั้งหมด เมื่อเขาปิดท้ายรายการขอบคุณ ด้วยการหันไปมองเฮปเบิร์น และกล่าวยกย่องถึง “Two fair ladies” อันเป็นการประกาศต่อสาธารณชนว่า ออเดรย์ เฮปเบิร์น นั้นคือผู้ที่เหมาะสมกับบทบาทอันเป็นที่รักของผู้ชมนี้ ไม่ต่างจาก จูลี แอนดรูวส์


          อาทิตย์ที่ 17 พฤศจิกายนนี้ ออเดรย์ เฮปเบิร์น จะกลับมาเจิดจรัสบนจอใหญ่อีกครั้งใน My Fair Lady หรือในชื่อที่เคยจัดฉายในเมืองไทยเมื่อ 55 ปีก่อนว่า บุษบาริมทาง  ขอเชิญมาพบกับเสน่ห์และนัยน์ตาอันชวนฝันของสุดยอดดาราหญิงแห่งฮอลลีวูดผู้นี้ ได้ในกิจกรรมทึ่ง! หนังโลก ณ โรงภาพยนตร์สกาลา ตั้งแต่เวลา 12.00 น. เป็นต้นไป ซื้อบัตรได้แล้วที่จุดจำหน่ายบัตรโรงภาพยนตร์สกาลา ราคา 120, 140 และ 160 บาท

Gustav Deutsch: Film ist. : กรุสมบัติภาพยนตร์

11 ธ.ค. 62  บทความ

กุสตาฟ ดอยช์ (Gustav Deutsch) เป็นหนึ่งในนักทำหนังที่สร้างงานจากกรุหนัง ขุดค้นเข้าไปในห้องฟิล์มเพื่อรื้อค้นภาพเก่าเก็บจากหอภาพยนตร์ และนำสมบัติภาพเคลื...

อ่านรายละเอียด

Deep South Young Filmmaker หนังสั้นสะท้อนความ...

9 ธ.ค. 62  บทความ

“เราเติบโตมากับคำถามมากมาย ส่วนใหญ่มักไม่มีคำตอบ เรารู้ว่าการทำหนังอาจจะไม่ทำให้เราได้คำตอบ แต่อย่างน้อยมันเป็นการทำให้เราส่งเสียงออกมาได้บ้าง” ศ...

อ่านรายละเอียด

ความหวังแช่แข็ง Hope Frozen

4 ธ.ค. 62  บทความ

ปี พ.ศ. 2558 เกิดข่าวที่ทั่วโลกและสังคมไทยให้ความสนใจเป็นอย่างมาก เมื่อ ดร.สหธรณ์ และ ดร.นารีรัตน์ เนาวรัตน์พงษ์ คู่สามีภรรยาเจ้าของบริษัทวิจัยและผลิต...

อ่านรายละเอียด

มานี สุมนนัฏ ดาราดวงแรกแห่งโลกภาพยนตร์ไทย

27 พ.ย. 62  บทความ

นี่คือเรื่องราวอย่างเทพนิยายของหญิงสาวจากต่างจังหวัดคนหนึ่ง ผู้อุดมไปด้วยความใฝ่ฝันอันหอมหวานในการอยากเป็นนักแสดงภาพยนตร์ และโชคชะตาได้นำพาให้เธอก้าวเ...

อ่านรายละเอียด

แนะนำหนังสือ : ที่ใด ๆ ในโลกนี้ก็มีภาพยนตร์

21 พ.ย. 62  บทความ

ความรุดหน้าของเทคโนโลยีทำให้โลกนี้มีการชมภาพยนตร์ออนไลน์ หรือ Video Streaming ซึ่งเป็นช่องทางหนึ่งที่ทำให้เรารู้จักและเลือกดูภาพยนตร์จากนานาชาติได้ง่า...

อ่านรายละเอียด

แนะนำหนังทึ่ง! SEVEN SAMURAI เจ็ดเซียนซามูไร

19 พ.ย. 62  บทความ

เขียนโดย ประวิทย์ แต่งอักษร :วันเสาร์ที่ 28 ธันวาคม 2562  เนื่องในวันครบรอบ 124 ปี วันกำเนิดภาพยนตร์โลก และส่งความสุขปีใหม่ หอภาพยนตร์ร...

อ่านรายละเอียด

The Illumination งานแสวงหาปรัชญาชีวิตผ่านแนว...

6 พ.ย. 62  บทความ

ศุกร์ที่ 8 พฤศจิกายนนี้ พบกับ Iluminacja  หรือ The Illumination ภาพยนตร์โปแลนด์ ปี ค.ศ. 1973 เจ้าของรางวัลเสือดาวทองคำ รางวัลชนะเลิศสูงสุดจากเทศก...

อ่านรายละเอียด

Destination Nowhere หนังสั้นที่พาไปพบกับเด็กว...

6 พ.ย. 62  บทความ

🎬 Destination Nowhere หนังสั้นที่พาไปพบกับเด็กวัยรุ่นไทยที่เกิดและเติบโตในญี่ปุ่น ใช้ชีวิตแบบคนญี่ปุ่น มีเพื่อนเป็นคนญี่ปุ่น พูดญี่ปุ่นเป็นหลักและแทบพ...

อ่านรายละเอียด