The Wizard of Oz โดโรธีบนถนนอิฐสีเหลือง

ปี ค.ศ. 1939 เป็นปีทองของฮอลลีวูด บรรดาสตูดิโอยักษ์ใหญ่พากันผลิตผลงานที่ไม่เพียงได้รับการยกย่องและกล่าวขวัญในตอนที่ออกฉาย แต่ยังยืนหยัดผ่านกระบวนการตรวจสอบด้วยกาลเวลา รวมแล้วนับสิบ ๆเรื่อง ไม่เคยมีปีไหนอีกแล้วที่ฮอลลีวูดจะมี ‘หนังคลาสสิก’ มากมายก่ายกองขนาดนี้ เช่น Stagecoach ของจอห์น ฟอร์ด, Wuthering Heights ของวิลเลียม วายเลอร์, Ninotchka ของเอิร์นสต์ ลูบิตสช์, Gone With the Wind ของวิกเตอร์ เฟลมิง และอื่น ๆ อีกมาก


The Wizard of Oz ออกฉายในปีนั้นเช่นกัน และถึงแม้หนังอาจจะไม่มีบารมีในแง่ของผลรางวัลมากมาย หากทว่าความเห็นของผู้เชี่ยวชาญแทบทุกสำนักที่ระบุถึงหนังเรื่องนี้ก็มักจะเอ่ยไปในทิศทางเดียวกัน ว่านี่เป็นหนังที่ ‘เป็นที่รักมากที่สุด’ ของผู้ชม (หรือ ‘the most beloved’) ส่วนหนึ่งเพราะทั้งเนื้อหาและกลวิธีการนำเสนอ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เสียงเพลงอันไพเราะเพราะพริ้งและติดหู สัมผัสส่วนที่เปราะบางอ่อนไหวของผู้ชม แต่คุณค่าที่สำคัญกว่านั้นก็คือ มันเป็นหนังที่ไม่ได้สื่อสารเฉพาะกับเด็กและเยาวชน แต่ครอบคลุมไปถึงผู้ชมทุกเพศทุกวัย และนับจนบัดนี้ คุณลักษณะดังกล่าวก็ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง


“Toto, I have a feeling we’re not in Kansas anymore” (“โตโต้ ฉันรู้สึกว่าเราไม่ได้อยู่ในแคนซัสอีกแล้วนะ”) ประโยคคลาสสิกนี้ถูกกล่าวขึ้นโดยเด็กสาวชื่อโดโรธี (แสดงโดยจูดี การ์แลนด์ ในบทที่ทำให้เธอโด่งดังทั่วโลก) เอ่ยกับสุนัขคู่ใจ โตโต้ เมื่อพายุทอร์นาโดพัดหอบบ้านทั้งหลังของพวกเธอจากบ้านเกิดในแคนซัส ลอยมาตก ณ ดินแดนอันสุดแสนประหลาด ดินแดนแห่งถนนอิฐสีเหลืองและพ่อมดชื่อออซ 


การผจญภัยของโดโรธีเริ่มต้นขึ้น พร้อมด้วยผู้ร่วมเดินทางอันไม่สมประกอบ ได้แก่ หุ่นกระป๋องผู้แสวงหาหัวใจ หุ่นไล่กาผู้แสวงหาสมอง และสิงโตขี้ขลาดผู้แสวงหาความกล้าหาญ แม้ว่าดินแดนแห่งความมหัศจรรย์ของเมืองออซจะเต็มไปด้วยสีสันและสรรพสิ่งที่งดงามตระการตา แต่มันก็แวดล้อมด้วยอันตรายและสิ่งที่อยู่เหนือความคาดหมาย เช่นการที่โดโรธีกลายเป็นศัตรูหมายเลขหนึ่งของแม่มดผู้ชั่วร้ายแห่งประจิมทิศโดยไม่เจตนา เพราะบ้านของเธอดันหล่นลงไปทับแม่มดผู้ชั่วร้ายแห่งบูรพาทิศ ผู้เป็นน้องสาวจนถึงแก่ความตาย หรือในระหว่างทางบนถนนอิฐสีเหลือง ช่วงหนึ่งที่เธอเผลอไปเด็ดแอปเปิลจากต้นด้วยความหิวโหยและถูกต้นแอปเปิลตีมือ 


หนัง The Wizard of Oz เป็นหนังที่พิจารณาความหมายของคำว่า “บ้าน” และ “ครอบครัว” แต่ในขณะเดียวกัน หนังก็ไม่ได้บอกว่าความฝันเฟื่องถึงดินแดนอันไกลโพ้น และการมุ่งหวังที่จะได้ผจญภัยไปในสถานที่แปลกและแตกต่างไปจากสภาพแวดล้อมที่คุ้นเคย เป็นเรื่องเหลวไหลไร้สาระ หลักฐานของความคิดนี้อยู่ในเพลงดังของหนัง Over the Rainbow เมื่อหนังเปิดโอกาสให้โดโรธีบรรยายความรู้สึกนึกคิดของตัวเองผ่านเสียงเพลง ที่เป็นเสมือนตัวแทนของการหนีจากโลกของความเป็นจริงที่ไม่น่ารื่นรมย์ ไปสู่โลกที่ปลอดจากความทุกข์ร้อนและเต็มไปด้วยสิ่งสวยงาม (ฉากร้องเพลงนี้เกือบจะถูกตัดออกไปจากตัวหนัง ด้วยเหตุผลที่ฟังดูเหลวไหล นั่นคือ หลุยส์ บี. แมร์ นายใหญ่ของเอ็มจีเอ็ม เห็นว่ามันเป็นเรื่องไม่เหมาะสมที่จะให้ ‘ดารา’ ของเอ็มจีเอ็มร้องเพลงท่ามกลางฉากหลังซ่อมซ่ออย่างท้องไร่ท้องนา) โดยปริยาย หนังเรื่อง The Wizard of Oz  ย้ำเตือนให้ผู้ชมได้ตระหนักถึงความจริงข้อหนึ่งที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ว่าสักวันหนึ่งไม่ช้าก็เร็ว เด็ก ๆ จะต้องเติบโตขึ้นและฝันถึงการใช้ชีวิตนอกบ้าน ตลอดจนการสำรวจตรวจสอบโลกใบที่ใหญ่โตขึ้น และนั่นไม่ใช่เรื่องที่คนที่เป็นผู้ใหญ่ต้องขัดขวางหรือกีดกัน เพราะถึงที่สุดแล้ว มันก็เป็นเรื่องธรรมชาติของการก้าวพ้นวัยเด็กนั่นเอง 


The Wizard of Oz ยืนยงคงกระพันผ่านมาจนถึงทุกวันนี้ด้วยเหตุผลที่ไม่ยุ่งยากซับซ้อนแต่อย่างใด เพราะนอกเหนือจากการเป็นหนังที่ผู้ชมพากันตกหลุมรักอย่างพร้อมเพรียงและทั่วบ้านทั่วเมือง มันยังมีสถานะเป็นเสมือนมรดกทางวัฒนธรรมที่คนอเมริกันถือเป็นธุระและหน้าที่ที่จะต้องรักษาและส่งมอบมันให้กับคนรุ่นถัดไป เพื่อว่าคุณค่าอันงดงามของทั้งตัวหนัง (และรวมไปถึงนิทานตั้งต้นของ แอล แฟรงก์ โบม) จะยังคงเปล่งประกายฉายแสง รวมทั้งเป็น ‘the best friends anybody ever had’ สำหรับผู้ชมที่มีหัวใจอันเยาว์วัยตราบนานเท่านาน



โดย ประวิทย์ แต่งอักษร 

(บทความตัดตอนเนื้อหามาจากคอลัมน์ Replay นิตยสารสตาร์พิคส์)

ข่าวสารที่น่าสนใจ

อ่านข่าวทั้งหมด

ขยายเวลารับสมัครงาน ตำแหน่ง นักจัดกิจกรรมภาพย...

ประกาศหอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน)เรื่อง ขยายเวลารับสมัครงาน ตำแหน่ง นักจัดกิจกรรมภาพยนตร์และสิ่งเกี่ยวเนื่อง (งานนิทรรศการ) จนถึง 31 มกราคม 2569

อ่านรายละเอียด

ร่วมเสนอชื่อหนังไทยขึ้นทะเบียนมรดกภาพยนตร์ของ...

5 ม.ค. 69  ข่าวสาร

หอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) กระทรวงวัฒนธรรม ขอเชิญท่านร่วมเสนอชื่อหนังไทยในดวงใจของท่าน ในกิจกรรม “ขึ้นทะเบียนมรดกภาพยนตร์ของชาติ ครั้งที่ 16 ประจำปี 25...

อ่านรายละเอียด

Hommage à Chris Marker

23 ธ.ค. 64 - 23 ธ.ค. 64  กิจกรรม

Hommage à Chris Marker โปรแกรมพิเศษในเทศกาลภาพยนตร์สั้น ครั้งที่ 25 ในวาระ 100 ปี คริส มาร์กเกอร์ คนทำหนังผู้บุกเบิกหนังแนว essay filmคริส มาร์กเกอร์...

อ่านรายละเอียด