พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จออกผนวช

[พ.ศ. ๒๔๙๙]

ความยาว ๑๓.๔๒ นาที

ฟิล์ม ๑๖ มม. / ขาว-ดำ / เสียง จำนวน ๑ ม้วน

อำนวยการสร้าง สำนักข่าวสารอเมริกัน กรุงเทพ

ผู้สร้าง  พิฆเนศภาพยนตร์


         หลังจากที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเสด็จนิวัตประเทศไทยเป็นการถาวรในปี พ.ศ. ๒๔๙๓ และทรงโปรดเกล้าฯ ให้จัดพระราชพิธีบรมราชาภิเษกตามแบบโบราณราชประเพณีเป็นที่เรียบร้อย ในปี พ.ศ. ๒๔๙๙ จึงทรงมีพระราชประสงค์ที่จะทรงผนวช สำนักข่าวสารอเมริกันได้บันทึกเหตุการณ์สำคัญในครั้งนั้นเป็นภาพยนตร์สารคดีเชิงข่าว บันทึกเหตุการณ์เมื่อครั้งที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเสด็จออกผนวช ระหว่างวันที่ ๒๒ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๙๙ จนกระทั่งลาผนวชในวันที่ ๕ พฤศจิกายน ในปีเดียวกันนั้นเอง เพื่อเผยแพร่พระราชจริยวัตรในขณะที่ทรงผนวชให้ประชาชนชาวไทยได้มีโอกาสชื่นชมพระบารมี โดยนำออกฉายเผยแพร่ทั่วประเทศ

          ภาพยนตร์บันทึกภาพเหตุการณ์ตั้งแต่วันที่ ๒๒ ตุลาคม เมื่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชได้เสด็จฯ ไปยังพระที่นั่งพุทไธสวรรย์ พร้อมสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เพื่อพระราชทานพระราชดำรัสแก่พสกนิกรที่มารอรับเสด็จอย่างเนืองแน่น จากนั้นตอนบ่ายจึงเสด็จพระราชดำเนินไปวัดพระศรีรัตนศาสดารามเพื่อเข้าพิธีผนวช ท่ามกลางพระบรมวงศานุวงศ์และข้าราชการเข้าร่วมพิธีภายในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงได้รับพระสมญานามจากพระราชอุปัชฌาจารย์ ว่า “ภูมิพโล ภิกขุ” เมื่อทรงประกอบพิธีสำเร็จเสร็จสิ้น พระภิกษุพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเสด็จพระราชดำเนินไปประทับที่วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร ตลอดทางที่รถยนต์พระที่นั่งเสด็จฯ ผ่านมีประชาชนมาเข้าเฝ้ารอชมพระบารมีอยู่ไม่ขาดสาย บ้างตั้งโต๊ะถวายพระพรไว้ที่หน้าบ้าน 

          ตลอดระยะเวลา ๑๕ วันที่ทรงผนวชพระภิกษุพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงบำเพ็ญพระองค์โดยเคร่งครัดเช่นเดียวกับพระภิกษุอื่น ๆ เมื่อเสด็จลงพระอุโบสถเพื่อทำวัตรเช้าและเย็นจะมีประชาชนมาเข้าเฝ้าเพื่อรอถวายดอกไม้และธูปเทียนเป็นจำนวนมากจนทางวัดต้องนำดอกไม้และธูปเทียนที่ประชาชนนำมาถวายไปแจกจ่ายแก่วัดอื่น ๆ ในภาพยนตร์เราจะได้เห็น ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช ซึ่งเป็นไวยาวัจกรของพระภิกษุพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชนำเสด็จอยู่เสมอ และภาพสมเด็จพระวันรัต (ปลด กิตฺ̣ติโสภโณ) ซึ่งเป็นพระอนุศาสนาจารย์ไว้ด้วยนอกจากนี้ยังได้บันทึกพระราชกรณียกิจในขณะที่ทรงผนวช เช่นในวันที่ ๓๑ ตุลาคม ได้เสด็จพระราชดำเนินไปยังทำเนียบรัฐบาลเพื่อทรงรับบิณฑบาตจากพระบรมวงศานุวงศ์และคณะรัฐบาล โดยมีรัฐมนตรีและภริยาเป็นผู้ถวายอาหารบิณฑบาต ในภาพยนตร์จะได้เห็น จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ซึ่งในขณะนั้นดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม

          ตักบาตร ต่อมาในวันที่ ๑ พฤศจิกายน ได้เสด็จไปสักการะพระปฐมเจดีย์ ซึ่งนับเป็นปฐมบทแห่งศาสนาพุทธในประเทศไทย ในระหว่างที่ทรงผนวชนั้น ทรงแต่งตั้งให้สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถทรงเป็นผู้สำเร็จราชการแทน และได้ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจในการถวายผ้าพระกฐินหลวงที่วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร และเสด็จฯไปในงานพระราชทานเพลิงศพหม่อมเจ้าหญิงประสงค์สม บริพัตร ที่วัดเทพศิรินทร์ โดยพระภิกษุพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เสด็จพระราชดำเนินด้วย

          ปี พ.ศ. ๒๔๙๙ ประเทศไทยเพิ่งมีกิจการโทรทัศน์ คือของบริษัทไทยโทรทัศน์ ช่อง ๔ บางขุนพรหม แต่การแพร่ภาพยังมีรัศมีจำกัดเฉพาะในพระนครและจังหวัดรอบ ๆ และจำนวนเครื่องรับยังมีเพียงเล็กน้อย เข้าใจว่ายังไม่มีการถ่ายทอดสดพระราชพิธี และการเผยแพร่ในรายการของสถานีก็คงมีจำนวนผู้ชมได้เพียงเล็กน้อย  ดังนั้นภาพยนตร์จึงยังมีบทบาทสำคัญในการเข้าถึงประชาชนทั่วประเทศ ภาพยนตร์นี้จึงถูกส่งไปฉายตามโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ และตามหน่วยฉายภาพยนตร์กลางแปลงทั่วประเทศ 


มรดกภาพยนตร์ของชาติ

ดูทั้งหมด

เวลาในขวดแก้ว

ฟิล์ม ๓๕ มม. / สี / เสียง / ๑๑๗ นาที๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๔บริษัทสร้าง วี.เอ็น. โปรดักชั่นผู้อำนวยการสร้าง ประยูร วงษ์ชื่นผู้กำกับ ประยูร วงษ์ชื่น, อมรศรี...

อ่านรายละเอียด

ช่างมัน..ฉันไม่แคร์

ฟิล์ม ๓๕ มม. / สี / เสียง / ๑๑๘ นาที๒๐ กันยายน ๒๕๒๙บริษัทสร้าง พูนทรัพย์ โปรดักชั่นผู้อำนวยการสร้าง วิศิษฐ์ มิ่งวัฒนบุญผู้กำกับ ม.ล. พันธุ์เทวนพ เทวกุ...

อ่านรายละเอียด

ผู้หญิงคนนั้นชื่อบุญรอด

ฟิล์ม ๓๕ มม. / สี / เสียง / ๑๒๘ นาที๒๓ กรกฎาคม ๒๕๒๘บริษัทสร้าง ไฟว์สตาร์ โปรดักชั่นผู้อำนวยการสร้าง เจริญ เอี่ยมพึ่งพรผู้กำกับ คุณาวุฒิ (วิจิตร คุณาวุ...

อ่านรายละเอียด

วัยระเริง

ฟิล์ม ๓๕ มม. / สี / เสียง / ๑๑๙ นาที๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๗บริษัทสร้าง ไฟว์สตาร์ โปรดักชั่นผู้อำนวยการสร้าง เจริญ เอี่ยมพึ่งพรผู้กำกับ เปี๊ยก โปสเตอร์ (สมบ...

อ่านรายละเอียด